2012/May/08

เห็นในทวิตู้ (ทวิตเตอร์) พูดลอยกันไปลอยกันมาถึงแท็กนี้ ในที่สุดคนที่เราฟอลโล่เขา (แล้วเขาก็ฟอลโล่เรา) ก็ทำ เราก็เลย ... ทำบ้าง (ดูมัน) ...รูปอื่น ๆ เด็ด ๆ เด่น ๆ จริง ๆ ต้องในพิกซีฟครับ แต่เอาออกมาไม่ได้เพราะต้องขออนุญาต (เราวาดออริเขากับออริเราอยู่ด้วยกันเสียเป็นส่วนใหญ่)
 
ยาวนะเออ ขอบอก (เพราะเขาบอกให้จริงจัง เราก็จริงจัง)
-----------------------------------------------------------------------------
 
กติกา
- ตั้งชื่อเอนทรี่ว่า "Exteen Artist"
 
- แท็กนี้ได้รับแรงบันดาลใจมาจาก Tumblr-Arts http://tumblr-arts.tumblr.com/
 
- คัดรูปที่คิดว่าดีที่สุดมาประกอบ จะกี่รูปก็ได้
 
- ไม่จำกัดฝีมือการวาดรูป
 
- ขอจริงจังนะ
 
- ส่งแท็กให้ใครก็ได้ ตามสบาย
 
- เขียนในส่วนแท็กว่า "exteenartist"
 
 
-------------------------------------------------------------------------
 
(จิ้มดูรูปใหญ่ได้นะครับเพราะปะทุกอันรวมกัน เก่าสุดก็บน ๆ ล่าสุดก็น้องเคลียร์ขวาล่าง)
 
ชื่อ : เซเกล [Zegale]
คนไทยเรียก เซซัง เกลซัง พี่เกล เก่วเก๊ว ฯลฯ
คนญี่ปุ่นเรียก เซเซซัง เซเกลซัง ท่านพี่ อาจารย์ ฯลฯ
เรียกตัวเอง “อีเกล” “อีแก่” “เจ้าป้า” (มีแต่คำสรรเสริญ)
เดิมเป็นชื่อตัวละครออริของตัวเอง ปัจจุบันเป็นชื่อตัวเองไปเรียบร้อย

1. บอกเกี่ยวกับเรื่องราวของคุณ เช่นการศึกษา

- จบปริญญาตรีเกียรตินิยมเหรียญเงิน เอกภาษาญี่ปุ่นธุรกิจ โทอังกฤษธุรกิจ... ปัจจุบันทำอาชีพค้าขายที่ไม่ได้เกี่ยวกับสายที่เรียนมาแต่อย่างใด
 
-ใช้ภาษาญี่ปุ่นเป็นภาษาหลักในการพูดคุย (แม้จะไม่ได้เลิศเลอแต่รู้สึกว่าใช้ดีกว่าภาษาบ้านเกิด) สอบวัดระดับภาษาญี่ปุ่นระดับ 2 ผ่านแล้วแต่ก็ไม่ได้เก่งเหมือนที่ระดับมันประเมินเราไว้
 
- มีชีวิตออนไลน์แทบตลอดทั้งวัน (ถึงได้แทบไม่ได้ใช้ภาษาไทยเพราะออนยังไง 90% ของลิสท์ก็เป็นคนญี่ปุ่น + ความขี้เกียจเปลี่ยนภาษาที่ต้องสลับ 3 ภาษาไปเรื่อย ๆ
 
- ชีวิตในโลกแห่งความจริงต่างกับออนไลน์อยู่ค่อนข้างมาก (ไม่นับเรื่องความเร็วในการพูดไวพอ ๆ กับความเร็วในการพิมพ์) เพราะในโลกออนไลน์จะเป็นมิตร แต่โลกแห่งความจริงมองโลกแง่ร้ายสุด ๆ
 
- ไม่สามารถทำความเข้าใจภาษาวัยรุ่นได้เพราะนิยายไม่อ่านเวปบอร์ดไม่เล่นหนังสือพิมพ์ไม่มอง ...
 
2. ทำไมคุณถึงวาดรูป
 
- เพราะขี้เกียจเรียน... เริ่มวาดรูปตั้งแต่ก่อนเขียนหนังสือสวย และจะวาดลงบนทุกสิ่งทุกอย่างไม่ว่าจะกำแพง โต๊ะเรียน หนังสือเรียน กระดาษข้อสอบ ฯลฯ เป็นมาจนแม้เข้ามหาลัยแล้วก็ไม่ค่อยจะยอมเล็คเชอร์อะไร (เห็นเขียนยุกยิก ๆ นั่นน่ะวาดรูปลงหนังสืออยู่)
 
- พูดก็พูดเถอะ... ไม่เคยสอบตก ไม่เคยอ่านหนังสือสอบ (เพราะอ่านไปก็ไม่รู้เรื่อง อ่านทำไม เสียเวลาทำมาหากิน) ที่สอบผ่านเพราะเวลาวาดรูปในหนังสือหน้านั้น ๆ มันก็จะจำได้เองว่าไอ้หน้านั้น ๆ มันเกี่ยวกับอะไร
 
- เริ่มวาดตอนแรกเป็นออริล้วน ๆ เริ่มแฟนอาร์ทก็ตั้งแต่ป. 4 (ตอนได้เล่นเกมส์ครั้งแรกในชีวิต) ตอนนั้นลายเส้นพัฒนาเร็วมากเพราะเน้นวาดตามลายเส้นต้นฉบับมากกว่าลายเส้นตนเอง
 
- สัดส่วนต่าง ๆ แม้จะสนใจแต่ก็ห่วยคำนวน (ไอ้อะไรต้องกี่ส่วน เพอร์สเป็คถ่งสเป็คถีบหายเรียบ) มาพัฒนาอย่างจริงจังตอนวาดโจโจ้ (เพราะท่าโพส์สุดพิศดารที่คนปกติไม่ทำกัน)
 
- ไม่รู้ทำไมตอนประถมวาดผู้หญิงสวยกว่าผู้ชาย พอตอนม.ต้นวาดชายดูดีกว่าผู้หญิง ปัจจุบันวาดจะเพศไหนก็ออกมาครึ่ง ๆ กลาง ๆ ...(ไม่ไปสักทาง)
 
- เพิ่งเริ่มวาดรูปดิจิตอลตั้งแต่ตอนปี 2004 สมัยนั้นวาดตัดเส้นอนาล็อค แล้วแสกนเข้าลงสีด้วยโฟโต้เฉาะ 2 ปีที่ผ่านมาวาดคอมลงคอมเป็นดิจิตอลล้วน... ไม่ใช่อะไรหรอก... วาดธรรมดาลงสีไม่เป็น... (ไม่ต้องเก็บหลักฐานไว้เป็นอาหารปลวกด้วย)
 
- หากมีโอกาสก็อยากวาดเส้นดินสอนะ แต่เพราะมือเหงื่อออก พอวาดเสร็จหนึ่งรูป (ยิ่งถ้าไม่ได้ตัดเส้น) จะได้ลายนิ้วมือปะไปทั่วแผ่นงาน...
 
3. ทำไมคุณถึงมาเป็น Artist / Fan art
 
- ส่วนตัวไม่แน่ใจว่าจะเรียกตัวเองว่าเป็นอาร์ททิสได้หรือยัง เพราะหลาย ๆ อย่างยังครึ่ง ๆ กลาง ๆ อยู่ (ทำได้ทุกอย่างแต่ไม่ดีสักอย่างว่างั้น) ลายเส้นตัวเองมันก็มีนะ วิธีลงสีในแบบของตัวเองก็มีนะ แต่ด้วยความที่อารมณ์ติ๊ดจริง ๆ มันก็เลยติด ๆ ดับ ๆ (แต่อารมณ์ติ๊ดจะพุ่งสูงมากขณะทำงานเพราะความเบื่อ+ง่วง)
 
- สมัยโบราณนมนากาเล เคยอยากเป็นนักเขียนการ์ตูน ไม่ก็อาชีพที่ได้วาดรูป แต่พอเอาเข้าจริง ๆ รู้สึกว่า สิ่งที่ชอบก็คือสิ่งที่ชอบแหละ ... เอางานอดิเรกมันเป็นงานหลวง แล้วจะไม่เหลืองานอดิเรกไว้คลายเครียดอีกเลย... ไม่อยากเครียดเพราะวาดรูป
 
- แฟนอาร์ทแรกเริ่มเลยเป็นสิ่งที่เปลี่ยนชีวิตผมมาก เพราะผมได้เพื่อนก็เพราะแฟนอาร์ท เพราะมีกลุ่มคนที่ชอบอะไรเหมือน ๆ กัน ทุกวันนี้จึงวาด “ลูกเรากับลูกเขาไปไหนมาไหนด้วยกัน” ตลอด ก็แฟนอาร์ทออริเรากับออริเขาอยู่ในรูปเดียวกันน่ะแหละ เพราะงี้ถึงได้ต้องขออนุญาตอีกฝ่ายก่อนจะนำรูปมาลงในบล็อคเรา (ยังไงก็ลูกเขา)
 
- ตัวละครออริหาดูได้เยอะแยะมากในพิกซีฟเพราะวาดกันมือไม่ว่างเพ็นเทปหัวกุดกันเลยทีเดียว (ทำเพ็นเทป... เมาส์ปากกาหักคามือมาแล้ว)
 
4. บอกArtist / Fan art ที่คุณชอบ
 
- อ. Inomata Mutsumi (いのまたむつみ)
ท่านที่เล่นเกมส์ Tales Series คงจะรู้จักกันดี เพราะเป็นคาแร็กเตอร์ดีไซน์คนหนึ่ง ส่วนตัวชอบเส้นของเขามากกว่าอ.โค (ขออภัยที่ย่อ...อ.โคเป็นคาแร็กเตอร์ดีไซน์อีกคนของเกมส์ซีรีส์นี้) เพราะเส้นของอ.มุต (ย่ออีกแล้ว) พริ้วกว่า และลงสีได้ซอร์ฟกว่า ...อย่างไรก็ดี หากจะให้สัดส่วนแม่น ก็คงต้องพึ่งอ.โคมากกว่า เวลาวาดผู้หญิง ลายเส้นผมจะค่อนไปทางอ.มุตโดยเฉพาะเวลาวาดตาโต ๆ
 
- อ. Araki Hirohiko (荒木飛呂彦)
ท่านผู้วาดโจโจ้ที่เราทราบกันดี (ในเรื่องลายเส้นอันเป็นเอกลักษณ์ ท่าโพสสุดหลุดโลก และความยาวไม่จบไม่สิ้นของซีรีส์นี้) หากไม่ได้บ้าโจโจ้และเริ่มวาดตามอ.แก ผมคงวาดสัดส่วนเพี้ยนกว่าปัจจุบันเยอะ
 
- อ. Kurahana Chinatsu (倉花千夏)
เดิมใช้ชื่อ ทาทานะคานะ เป็นคนที่วาดออฟฟิเชียลอิลัสของลาเม็นโต้ (เกมส์ BL) แต่ตอนนี้ออกจากค่ายไนโตรพลัสชิรัลแล้ว ชอบลายเส้นของเขามาก ๆ โดยเฉพาะการลงไล่เฉดสี ลายเส้นมีทั้งความหนักแน่นและพริ้วไหวในรูปเดียวกัน การลงสีตาก็มากจากคุณคนนี้นี่แล (แล้วมาปรับเป็นของตนเองในภายหลัง)

- อ. Tetsuya Nomura (野村哲也)
หนึ่งในเจ้าพ่อไฟนอล เอ๊ย คาแร็กเตอร์ดีไซน์ของค่ายแสควร์ (ที่ตอนนี้เป็นสแควร์อินิกซ์) ผมวาดดีฟอลเม่ได้เพราะลายเส้นเขานี่แหละ (หัวเราะ)

- อ. Yoshitaka Amano (天野喜孝)
งานโลโก้และคาแร็กเตอร์ดีไซน์รุ่นเดอะนั้นเป็นฝีมือของปรมาจารย์ผู้นี้ เส้นที่พริ้วแต่หนักแน่น สีที่สาดลงไปเต็มเหนี่ยวแต่ลงตัว สวรรค์โปรดมาก ๆ ... ผมมีหนังสือรวมภาพของอ.ท่านนี้อยู่เยอะมาก (แต่ละเล่มตกใส่ทีนี่เท้าแตกทีเดียว... ทั้งหนาทั้งหนัก)

- อ. Honyarara (ほにゃらら)
คนวาดดรามาทิคัลเมอร์เดอร์นี่เอง (หัวเราะ) ชอบสีหน้าตัวละครมาก ๆ เรามองเผิน ๆ อาจมีไม่กี่สีหน้า แต่หากแคปแล้วนำมาซ้อนกัน แต่ละคนมีมากกว่า 20 แบบ... หากชมเวปไซต์ของอ.แกแล้วจะยิ่งปิติมากขึ้นเพราะเขาวาดเส้นอ่อน ลงสีอ่อน แต่ครบอารมณ์ภาพ วาดแนวญี่ปุ่นโบราณสวยมาก

- เพื่อน ๆ ในมิกซี่และพิกซีฟ
เพื่อนชาวญี่ปุ่นหลาย ๆ คนที่ผมคบหาด้วย ยิ่งพอวาดลูกเขา (ออริของเขาเหล่านั้น) ผมก็จะซึมซับเอาลายเส้น วิธีลงสี และดีไซน์ต่าง ๆ จากพวกเขามาพัฒนาฝีมือตนเอง
 
5. อุปกรณ์ที่คุณใช้
 
- ทุกวันนี้ก็มีคอมโน้ทบุ๊คแสนทนมือทนเท้า (ยี่ห้อแซมซัง) เพ็นเทปถึกนรก (ยี่ห้อ genius ใหญ่พอ ๆ กับจอคอม ราคา 1,600 บาท) และโปรแกรม SAI (มีโฟโต้เฉาะแซมบ้างเล็กน้อย จะเน้นใช้ใส่ตัวอักษรกับเซฟรูปมากกว่า)
 
- ถึงจะบอกว่าอุปกรณ์ก็เถอะ ...แต่เครื่องมือที่ใช้เป็นก็มีแค่ Pen, Eraser, Brush, Air Brush, Marker ใน SAI เท่านั้น... เครื่องมืออื่น ๆ ไม่มี (เลเยอร์ก็เป็นเลเยอร์ปกติที่ไม่ใช่ Vector ที่เพิ่งใช้เป็นเมื่อปลายปีที่แล้วก็ไอ้ที่เรียกว่า Clipping ...)
 
- การลงสีธรรมดานั้นทำไม่เป็นเลย (สีไม้ก็ยังห่วยได้อีก) นอกจากฝนเส้นดินสอ (แบบตามใจฉันแล้ว) ก็จะทำอะไรไม่ได้มากนัก (แรเงาพอไปวัดไปวาได้)
 
6. โทนสี หรือสไตล์การวาดรูปของคุณ
 
- จากรอบ ๆ ข้างบอกมา เห็นบอกว่าเป็นลายเส้นที่ละเอียดมาก (ก็ข้าพเจ้าลงสีทับเส้นไม่เป็น เส้นไม่สวยก็จบกันน่ะสิ...) การลงสีก็จะลงให้ได้เนียนที่สุด... แต่เพราะไม่กล้าสาดสี สีจึงจะดูซีด ๆ จาง ๆ

- ถ้าลงสีทับเส้นก็จะออกมาตลก ๆ เพราะแสงเงายังไม่ถึงขั้น (หัวเราะ) ดูจากที่ปะไว้ด้านบนได้

- ถนัดวาดภาพนิ่งมากกว่ามังงะเพราะความขี้เกียจตัดเส้น (แบ่งช่องก็อ่านยาก)

- ลายเส้นของตัวเองก็มี แต่จะเปลี่ยนไปตามอะไรที่บ้าอยู่ (เช่นบ้าโจโจ้ เส้นก็จะหนา ถ้าบ้าลาเม็นโต้ เส้นก็จะบาง)

- ลายเส้นจะวาดค่อนข้างเสมือนจริง ออกไปทางเรียลริสติคมากกว่าการ์ตูน

- ส่วนที่ชอบวาดที่สุดคือตา ชอบลงสีที่สุดคือทุกส่วนของใบหน้า มันส์ที่สุดคือการวาดและลงสีเส้นผม

- ชอบวาดภาพเล็ก ๆ มากกว่าภาพใหญ่ ๆ เพราะใหญ่ ๆ วาดนาน เสร็จช้า หรืออาจไม่เสร็จเลย... ปกติจะวาดที่ขนาด 600pxl x 600pxl
 
- อารมณ์รูปจะไปทางเดียวกับอารมณ์คนวาด ยิ่งโมโห โกรธ หรือเครียด เส้นจะสวยกว่าเวลาอารมณ์ดี... (อาจเพราะตอนนั้นอารมณ์มาก่อนเหตุผล ทำให้สาดเส้นได้อย่างไม่คิดว่าจะเบี้ยวหรือเสีย)

- สีที่ลงมักจะเป็นสีอ่อน (ลงสีพื้น เงา แล้วค่อยไฮไลท์) และจะลงให้สีดูเนียนมากที่สุดเท่าที่จะทำได้ ภาพส่วนใหญ่ที่ออกมาเลยค่อนข้างซอร์ฟ

- ส่วนใหญ่มักลงในเลเยอร์เดียวกันเพราะหากจำนวนเลเยอร์รวมมากกว่า 3 เลเยอร์เมื่อไหร่จะลงผิดประจำ...
 
7. อยากบอกอะไรกับคนที่ชอบวาดรูปแต่ไม่มั่นใจในฝีมือหรือวาดไม่เก่ง
 
- ฝีมือคืออะไรก็ช่างเถิด วาดไปเลย ยิ่งวาด ยิ่งได้ฝึกฝน จะองจะอายอะไร คนเราไม่ได้วาดเทพตั้งแต่เกิด
 
- เวลาวาด อย่าคิดแต่มันจะเบี้ยว มันจะเละ จะเน่า ให้คิดว่า ตอนนี้เราวาดได้แบบนี้ ตรงนี้ผิด ตรงนั้นเบี้ยว ครั้งต่อไปต้องระวังตรงนี้ให้มากขึ้น (แต่อย่ากังวลจนบ้าไป จะให้ดีในครั้งหน้าเลยมันออกจะเกินไป)
 
- อย่าคิดว่าคนอื่นวาดดีกว่า ให้คิดว่า  เรากำลังพัฒนา สักวันไม่เร็วก็ช้า เราก็ทำแบบเขาได้ (หรืออาจจะได้ดีกว่าด้วย)
 
- ความชอบแต่ละคนไม่เหมือนกัน เราชอบรูปเขา แต่เราวาดแนวเดียวกับเขาไม่ได้ อย่ารั้นจะเอาให้ได้ มิฉะนั้นจะเสียความเป็นตัวของตัวเอง วาดไม่สวยแต่มีแนวตัวเอง ดีกว่าวาดสวยแต่ได้แค่ตามลายเส้นคนอื่น
 
- รับฟังคำติชม ติเยอะโกรธก็ได้ แต่อย่ากระฟัดกระเฟียดว่า “ก็มันทำได้แค่นี้จะเอาอะไรนัก” สิ่งที่เขาติ เราอาจจะไม่รู้ตัวก็ได้ ถ้าโกรธนัก ก็หาคนอื่นติแทน
 
- การวาดรูปก็เหมือนงานอดิเรกอื่น จะเล่นเกมส์หรืออ่านหนังสือ ถ้ายิ่งทำยิ่งเครียดก็พอเถิด รั้นไปงานมันก็ไม่ได้ดีขึ้นไปหรอก พักเสียบ้าง
 
- สรรหาความแปลกใหม่ หากอยากพัฒนาให้ไว ลองวาดตามเส้นคนอื่นสักครั้ง ให้มือลองการเคลื่อนไหวตามแนวเส้นที่ไม่เคยทำ แล้วปรับใช้กับเส้นตนเอง ไม่ใช่ลอกเขามาทั้งปึก ยิ่งเราวาดแล้วรู้สึกว่าทำไมมันแปลก ๆ ให้ดูว่าแปลกยังไง (ตอนวาดโจโจ้จะรู้สึกบ่อยมาก ว่าทำไมโพสท่านี้แล้วมันออกมาเป็นแบบนั้น ทั้ง ๆ ที่น่าจะเป็นแบบนี้ ฯลฯ)
 
- อย่าอายที่จะขอให้คนอื่นดูแล้วติชม เปิดใจให้กว้าง เพราะเราอยู่แต่ในกรอบความคิดของเรา คนอื่นมองเราจากนอกกรอบ เขาเห็นอะไรที่เราไม่เห็น
 
- สุดท้าย จะบ้าอะไรก็บ้าไป จะวาดให้ได้ทุกเส้นทุกแนวทุกแบบได้ไม่ว่า แต่หาจุดยืนตัวเองให้ได้ จะได้พัฒนาไปสักด้าน (ไม่ใช่ไหลไปตามกระแสที่ตนบ้าเรื่อย ๆ)

พูดเหมือนตัวเองวาดสวยนักเนอะ... (หัวเราะ)
 
----------------------------------------------------------------------
 
ท่านใดสนใจ ท่านใดว่าง เอาเลยเต็มที่นะครับ (มาเม้นท์ไว้ด้วยยิ่งดีครับจะได้ตามไปดู)
ดรามาทิคัลเมอร์เดอร์ฟูลคอมพ์แล้ว วาดรูปที่ค้างไว้ (จะเดือนแล้ว) เสร็จเมื่อไหร่ ได้แปลฉะ ๆ จะ ๆ แน่นอน (แต่ช่วงติดเรทกระผมขอข้ามไว้เพราะผู้อ่านไม่ใช่ทุกคนที่อายุเกินเกณฑ์ที่กำหนด)
 
 


Zegale@日輪に捧げ奉らん
View full profile
สัญญาอนุญาตของครีเอทีฟคอมมอนส์
ผลงานนี้ โดย zegale ใช้สัญญาอนุญาตของครีเอทีฟคอมมอนส์แบบ แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-ไม่ดัดแปลง 3.0 ประเทศไทย.