2013/Feb/02

เนื้อหาต่อไปนี้ (ยกเว้นช่วงแปลเพลง) อาจมีสปอยด์ฉากจบเกมส์บางส่วน เนื้อหารุนแรง และคำพูดไม่เหมาะสมกับบุคคลที่พึงพอใจในความ “โลกนี้สีชมพู” กรุณาใช้วิจารณญาน (และสติ) ในการอ่าน เอ็นทรี่นี้ยาวแน่ครับ (แค่เพลงก็กินที่ความยาวเกือบครึ่ง ...แถมเนื้อเรื่องยังยาวกว่าของมาโกโตะอีก (เพราะอธิบายอย่างเดียวก็พรึ่บแล้ว...))
 
กลับมาอีกครั้งตามคำเรียกร้อง (ใครเรียกร้อง??? ไม่รู้ แต่ตรูจะแปล (โดนตบ)) ครั้งนี้มากับบทเพลงของ โอคินากะ เซ็นยะ (ดูรูปประกอบ) หนุ่ม “แหวกแนว” ทำตัวประหลาดสติไม่ขาดแต่ออกจะเกินมาเยอะ (อ่านสปอยด์จะทราบว่าทำไม) ถ้าไม่ได้เล่นรูทหมอนี่ (ต่อให้ฟังดราม่าซีดีก็ตาม) จะรู้สึกว่า ไอ้บ้าที่ทำตัวเอง หาเรื่องเอง แต่จริง ๆ แล้วมันเป็นสิ่งมีชีวิตที่น่าสงสารรองจากมาโกโตะเลย (น้องหมาหงอยคนนั้นน่ะกระชากใจผู้เล่นซะจนน้ำตานองหน้า ยกให้แกเลยมาโกโตะ ...ต้องการอ่านเนื้อเรื่องของมาโกโตะ ขอให้ดู “เอ็นทรี่นี้”) ส่วนตัวรู้สึกว่าเพลงของเซ็นยะทำออกมาดีมาก เพราะเสียงร้องคล้ายเสียงคนพากษ์พิลึก...

เพลง Killing Look (Zenya's Theme, Sweet Pool Drama CD – Everblue -)
 
 
ต้นฉบับภาษาญี่ปุ่น
ずっとここにいたんだ 孤独の箱詰まった
闇の中 待ってた ヒカリ来るまでは
だから Please look at me baby
ここへ来て Look at me baby
空っぽすぎて怖いんだ
だから Please look at me baby

ずっとここにいるよ 息をひそめてそう
一人のまま 震えてた 意味を知らずにさ
だから Please look at me baby
そばに居てLook at me baby
本当の僕が見えないんだ
だから Please look at me baby

give me love  give me love
give me love  こんなはずじゃない
give me love  give me love
give me love  もう戻れない

何も見えないよ 君の声さえも
冷たい 床の上 嘘に漏れたまま
だから Please look at me baby
ここに来て Look at me baby
空っぽすぎて怖いんだ
だから Please look at me baby

give me love  give me love
give me love  こんなはずじゃない
give me love  give me love
give me love  もう戻れない

だから Please look at me baby
そばに居てLook at me baby
本当の僕が見えないんだ
だから Please look at me baby

give me love  give me love
give me love  こんなはずじゃない
give me love  give me love
give me love  I know "It's that NO"
give me love  give me love
give me love  こんなはずじゃない
give me love  give me love
give me love  もう戻れない

อ่านแบบตัวโรมาจิ 

Zutto koko ni itanda Kodoku no hakotsumatta
Yami no naka matteta HIKARI kuru made wa
dakara please look at me baby
koko e kite look at me baby
karapposugite kowainda
dakara please look at me baby

zutto koko ni iru yo iki o hisometesou
hitori no mama furueteita imi o shirazunisa
dakara please look at me baby
soba ni ite look at me baby
hontou no boku ga mienainda
dakara please look at me baby

give me love  give me love
give me love  konna hazu janai
give me love  give me love
give me love  mou modorenai

Nani mo mienai yo Kimi no koe saemo
Tsumetai yuka no ue uso ni moreta mama
dakara please look at me baby
koko ni kite look at me baby
karapposugite kowainda
dakara please look at me baby

give me love  give me love
give me love  konna hazu janai
give me love  give me love
give me love  mou modorenai

dakara please look at me baby
soba ni ite look at me baby
hontou no boku ga mienainda
dakara please look at me baby

give me love  give me love
give me love  konna hazu janai
give me love  give me love
give me love  I know "It's that NO"
give me love  give me love
give me love  konna hazu janai
give me love  give me love
give me love  mou modorenai

 
แปลไทย ชื่อเพลงนี้ผมแปลได้สองความหมาย คือ “แววตาอาฆาต” หรือ “รูปลักษณ์ที่แค่เห็นก็กลัวจนแทบขาดใจ” (ส่วนตัวคิดว่าอันหลังเข้ากว่า เพราะถ้าเล่นรูทนี้แล้ว...การเห็นหน้าหมอนี่ทำให้โยจิแทบช็อคตายในหลาย ๆ ครั้ง)

ฉันอยู่ที่นี่ตรงนี้มานานมากแล้ว สั่งสมความโดษเดี่ยวไว้ในกล่องซึ่งซ้อนทับกันมากขึ้นเรื่อย ๆ
ยังคงรอคอยอยู่ในความมืดมิด จนกว่าแสงสว่างจะส่องลงมาถึง
เพราะงั้นช่วยมองมาที่ฉันทีเถอะ
มาที่นี่แล้วมองฉันทีนะยอดรัก
ที่นี่มีแต่ความว่างเปล่าจนน่าหวาดกลัว
เพราะฉะนั้นช่วยมองมาที่ฉันทีนะสุดที่รัก

ก็อยู่ที่นี่มานานแล้ว จนแทบจะไม่ได้ยินเสียงหายใจอีกต่อไป
ไม่ได้รู้เรื่องอะไรแท้ ๆ แต่ต้องหวาดกลัวจนสั่นเทาอยู่เพียงคนเดียว
เพราะงั้นช่วยมองมาที่ฉันทีนะคนดี
ช่วยมาอยู่เคียงข้าง แล้วมองมาที่ฉันเถอะยอดรัก
ฉันมองไม่เห็นตัวตนที่แท้จริงของฉันอีกต่อไปแล้ว
เพราะงั้นเธอช่วยมองมาที่ฉันเถอะนะสุดที่รัก

มอบความรักให้ฉันที ... ฉันไม่ได้ตั้งใจจะให้มันเป็นแบบนี้
มอบความรักให้ฉันที ... ฉันถอยกลับไม่ได้อีกแล้ว

ฉันมองไม่เห็นอะไรเลย ไม่ได้ยินแม้แต่เสียงของเธอ
เผยให้เห็นถึงสิ่งหลอกลวงที่อยู่บนพื้นอันเย็นเฉียบนี้
ดังนั้นโปรดมองฉันทีนะคนดี
มาตรงนี้แล้วมองมาที่ฉันนะคนดี
มันมีแต่ว่างเปล่า เว้งว้างจนน่ากลัว
เพราะงั้นช่วยมองมาที่ฉันทียอดรัก

มอบความรักให้ฉันที ... ฉันไม่ได้ตั้งใจจะให้มันเป็นแบบนี้
มอบความรักให้ฉันที ... ฉันถอยกลับไม่ได้อีกแล้ว

เพราะงั้นช่วยมองมาที่ฉันทียอดรัก
ช่วยมาอยู่เคียงข้าง แล้วมองมาที่ฉันเถอะยอดรัก
ฉันมองไม่เห็นตัวตนที่แท้จริงของฉันอีกต่อไปแล้ว
เพราะงั้นเธอช่วยมองมาที่ฉันเถอะยอดรัก

มอบความรักให้ฉันที ... ฉันไม่ได้ตั้งใจจะให้มันเป็นแบบนี้
มอบความรักให้ฉันที ... ฉันรู้ว่า “นั่นคือการปฏิเสธ”
มอบความรักให้ฉันที ... ฉันไม่เคยอยากให้มันออกมาเป็นแบบนี้
มอบความรักให้ฉันที ... ฉันถอยกลับไม่ได้แล้ว
 
-----------------------------------------------------------------
 
จากนี้ไปจะเป็นการสปอยด์ ใครเกรงกลัวสปอยด์ รับเรื่องสยองขวัญไม่ได้ ไม่ชอบชายรักชาย โปรดอย่ากด Ctrl+A ครั้งก่อนทราบมาว่ารูปบางรูปเปิดดูไม่ได้ (แต่ผมก็ไม่ได้แก้น่ะนะเพราะผมเชื่อว่าท่านที่อยากรู้จริง ๆ คงจะลองเซิร์จดูเอง...ดูมัน) ผมแปลจากความทรงจำนะครับ ไม่ได้แปลเป๊ะ ๆ ๆ (รายละเอียดมันเยอะมาก) หากสลับอีเวนท์ไปบ้างก็ขออภัย แต่สลับยังไง “ผลลัพธ์” ก็ไม่ต่างไปนักหรอก...

หลังเปิดเกมส์มา เรา (โยจิ) จะเจอเพื่อนร่วมห้องคนแรก (มาโกโตะ) และเพื่อนร่วมห้องคนที่ดูไม่เหมือนเด็กม.ปลาย (ชิโระนุมะ) ในตอนเช้า พอเลิกเรียน โยจิที่กำลังเดินกลับพร้อมมาโกโตะ จะเจอ “หนุ่มผมยาวสีทอง ใส่ผ้าปิดตา เครื่องแต่งกายมีหมวกแก๊ป เสื้อแขนยาวสีเขียวลายจุด กางเกงแสล็กดำถลกขากางเกง และ...รองเท้าแตะ ทั้งนี้ทั้งนั้นกระเป๋าที่ใช้ประจำยังทำจากหนังงูอีกต่างหาก!!! มองยังไงก็รู้ว่าหมอนี่คงไม่ค่อยปกติ  แถมยังกระชากรั้วโรงเรียน (ที่เปิดอยู่) แล้วพูดว่า “ออกไปไม่ได้อ่า” ("จิ้มรูป") (แน่นอนว่าทุกคนทำเป็นไม่รู้ไม่เห็น) มาโกโตะจึงบอกโยจิว่า หมอนี่คือ โอคินากะ เซ็นยะ ถ้าเป็นไปได้อย่าไปยุ่งเกี่ยวด้วยเลย หมอนี่มันเกินความน่าจะเป็นมาก

วันต่อมาตอนพักกลางวัน โยจิดันเดินไปเจอเซ็นยะกำลังเอาลิ้นควานหาบางอย่างในกระป๋องเปล่า จะเดินผ่านไปเฉย ๆ ก็ดันโดนเรียกคุย คุยไม่คุยเปล่าโชว์ลิ้นที่ถูกกระป๋องบาดจนเหวอะให้ชมอีกต่างหาก (สยองขวัญเล็กน้อย "จิ้มรูป") (ใครจะอยากดู แน่นอนว่าโยจิก็พยายามเลี่ยง) พอผ่านพ้นวิกฤตคนบ้า (?) มาได้ โยจิก็กลับไปใช้ชีวิตนักเรียนปกติตามเดิม (แม้จะยังผวาบ้างก็ตาม) ขากลับหน้าโรงเรียนก็มีรถหรูจออยู่ คนขับดูยังไงก็มาเฟียชัด ๆ ...แถมรถคันดังกล่าว ยังมารับเซ็นยะกลับอีกต่างหาก...

ระหว่างกลับ มาโกโตะและโยจิแวะทานข้าวด้วยกัน (แม้โยจิจะดื่มแค่น้ำแก้วเล็กก็ตาม) มาโกโตะพอรู้ว่าโยจิโดนหมอนี่ดักคุย (จะแค่ดักหรือบังเอิญก็ตาม) มาโกโตะจึงเล่ากิตติศัพท์ของเซ็นยะให้ฟัง เรื่องทำตัวประหลาดเกินมนุษย์ปกติจะเข้าใจนั้นเป็นอะไรที่ปกติสำหรับหมอนี่ ครั้นระฆังที่ตีทุก ๆ ห้าโมงเย็นดังขึ้น มาโกโตะยังเสริมอีกว่า มีข่าวลือว่าทุกห้าโมงเย็น เซ็นยะจะหายตัวไปอย่างไร้ร่องรอย แม้โยจิจะออกความคิดเห็นว่าอาจจะกลับไปแล้วก็ได้ แต่มาโกโตะก็บอกว่า เดินอยู่ดี ๆ ก็หายไป พอมีคนลองเดินตาม แค่เลี้ยวผ่านมุมตึกไปก็หายไปเหมือนกับวิญญาน แต่ก็แค่ข่าวลือ ทั้งคู่จึงไม่อะไรนัก แค่กินเสร็จก็แยกย้ายกันกลับ

ตัดกลับมาทางชีวิตประจำวัน (?) ของเซ็นยะ ซึ่งส่วนใหญ่จะมีคนขับรถ... หรือให้ถูกต้องบอกว่าคนรับใช้ชื่อ คิตะนิ โควเฮย์ คอยประกบดูแลตลอดเวลา (ไม่ให้หลุดโลกไปมากกว่านี้) ทั้งคู่ไปซื้อเสื้อผ้ากัน ("จิ้มรูป") เซ็นยะจะซื้อเสื้อคลุมสีชมพูหวาน (ใส่ในช่วงจะเข้าหน้าร้อน) พอคิตะนิแย้ง แกก็โวยใส่ด้วยความเอาแต่ใจ (หรืออีกแง่คือเรียกร้องความสนใจ) คิตะนิจึงต้องรอมชอมยอมให้เซ็นยะ เซ็นยะเห็นดังนั้นจึงบอกว่า “ไว้จะให้ช่างตัดสูทสีเดียวกันให้ใส่คู่กันนะ” คิตะนิได้ยินก็หน้าซีด... (จะให้ตรูใส่สูทสีชมพูเรอะ บ้าไปแล้ว!)

กลับถึงบ้าน เซ็นยะก็ให้ข้าวคริสตี้ (อีกัวน่าที่เลี้ยงไว้...ชุดที่อีกัวน่าใส่คิตะนิเป็นคนตัดให้)  ขณะที่ทั้งคู่กำลังจะกินข้าวเย็น (แน่นอนว่าคิตะนิเป็นคนทำอาหาร)  พ่อของเซ็นยะ (โอคินากะ คุนิฮิโตะ... หรือที่เจ้าของบล็อคเรียกว่าลุงพลุ้ยสติแตก...แกเพี้ยนตั้งแต่โดนยินเข้าที่หัวและเห็นภาพหลอน) ก็เข้ามาเสียสติให้ดู (ให้สวดภาวนา เพื่อให้ “ท่านผู้นั้น” ยกโทษให้และอื่น ๆ อีกมากมาย...มันก็เป็นอะไรที่พวกเซ็นยะเห็นเกือบทุกวันน่ะนะ) แน่นอนว่าเซ็นยะไม่สบอารมณ์และเข้าห้องตัวเองไป คิตะนิตามเซ็นยะเข้าไปในห้องซึ่งภายใจตกแต่งด้วยไฟหลากสีและของประดับมากมาย เซ็นยะเปิดผ้าปิดตาออก เผยให้เห็นก้อนเนื้อน่าขยะแขยงที่ตาขวา ("จิ้มรูป") เขาสั่งให้คิตะนิเลียตาข้างนั้น แม้จะไม่อยากทำ แต่คิตะนิก็ยังยอมเซ็นยะต่อไป (ที่เซ็นยะทำแบบนี้ เพราะเขารู้สึกว่าแม้เขาจะเป็นเบี้ยล่างของทุกคน แต่ก็ขอเหนือกว่าใครสักคนบ้าง...ซึ่งหนึ่งในคนดวงซวยก็คิตะนิ...ใกล้มือที่สุด)

(เสริมตัวละครคิตะนิเล็กน้อย คิตะนิเห็นว่าพ่อของเซ็นยะเป็นผู้มีพระคุณ จึงคอยดูแลลูกชาย ซึ่งก็คือเซ็นยะให้ แม้เซ็นยะจะ...เกินพอดีไปในหลาย ๆ ความหมาย แต่คิตะนิก็ทำหน้าที่พ่อ พี่เลี้ยง และเพื่อนให้เซ็นยะตลอด ถึงตัวเองจะเป็นมาเฟียเก่า แต่ก็สงสารเด็กมีปมด้อยที่พ่อมันทิ้ง ๆ ขว้าง ๆ เพราะความ “ไม่สมประกอบ” ของเซ็นยะ ทั้ง ๆ ที่มีข่าวลือว่าคนที่ทำให้เซ็นยะเป็นแบบนี้ก็คือพ่อของเซ็นยะเองก็ตาม)

ไม่นานจากนั้นเซ็นยะก็รับรู้ได้ถึง “ความเปลี่ยนแปลง” จากตัวโยจิ ทั้งกลิ่น ทั้งสัญลักษณ์ (ก้อนเนื้อ) ที่ตกอยู่ ทำให้เขารู้ว่า “เวลาของเขา” มาถึงแล้ว แต่เพราะความ “ไม่สมประกอบ” ทำให้พลาดอีกเรื่องที่ควรจะรู้... ไม่ใช่แค่เขาที่รับรู้ถึงความเปลี่ยนแปลงนี้ เซ็นยะเผชิญหน้าโยจิอีกครั้ง (ถึงกับไปตะโกนหน้าห้องเรียก “โยจินโยจิน มาหาฉันที โยจิน” ซ้ำไปมาจนโยจิจำต้องลุกเพราะคนมองมาที่ตนเองด้วยสายตาว่า เอ็งไปทำอะไรให้หมอนี่ถึงมายุ่งด้วย) ... กระนั้นโยจิก็หนีพ้นไปได้อีกรอบแบบเฉียดฉิว... ("จิ้มรูป") (กระนั้นหนีไปก็ไปโดนอย่างอื่นจากคนอื่นแทน... ขอละไว้ในฐานที่เข้าใจ...)

แน่นอนว่าเซ็นยะที่รับรู้ได้ว่า มีคนจะมาชิงโยจิไป (ว่าแต่โยจิเป็นของเอ็งเมื่อไหร่) จึงได้วางแผนให้โยจิรู้ว่า ความเปลี่ยนแปลงที่เกิดกับโยจินั้น เพราะโยจิเองก็แตกต่างจากคนอื่นแต่เหมือนกับตัวเซ็นยะ เซ็นยะจึงหลอกโยจิไปอัดให้สลบ แล้วลากไปขังไว้ในห้องที่มีชิโระนุมะ (โดนมาแบบเดียวกัน ยังนอนปากแตกไม่ได้สติอยู่ที่พื้น) การที่ทำแบบนี้เดิมเพราะอยากให้โยจิเข้าใจว่าชิโระนุมะนั้นเป็นมนุษย์ ส่วนตัวโยจิไม่ใช่ ... แต่เพราะ “ตก ๆ หล่น ๆ” เอง จึงผิดแผนไปอย่างมาก ซ้ำด้วยกล้องที่ติดไว้ในห้อง เซ็นยะจึงได้ดูหนังสดแบบไม่เต็มใจนัก...

เซ็นยะโกรธมาก (ไม่ใช่เพราะสิ่งที่ได้ดู แต่เพราะตัวเองพลาดเรื่องสำคัญไป)  ด้วยความ “ไม่สมประกอบ” เซ็นยะจึงไม่รู้ว่า ชิโระนุมะเองก็พวกเดียวกัน... เป็นหนึ่งในคนที่จะชิงโยจิด้วย เซ็นยะจึงต้องรีบหาวิธีลงมือก่อนจะพ่ายให้อีกฝ่ายที่ถูกขนานนามว่า “สมบูรณ์แบบ” เซ็นยะทั้งโกรธ ทั้งอิจฉา ทั้ง ๆ ที่ “เหมือนกัน” แต่ตัวเขากลับไม่สมประกอบ ในขณะที่อีกฝ่ายดีไปเสียทุกอย่าง ครั้งนี้เขาจึงจะทำทุกอย่างเพื่อให้ได้ในสิ่งที่เขาต้องการ ให้รู้สึกว่า เหนือกว่าคนที่ “สมบูรณ์แบบ”

(เสริมความเข้าใจ ในเกมส์นี้ โยจิ ชิโระนุมะ เซ็นยะ ทั้ง 3 คนมี “พวกเขา” อยู่ในร่างกาย พวกเขาคือผู้ที่ถูกพระเจ้าทอดทิ้ง ไม่มีร่างกายแต่อยากจะมีชีวิต จึงอาศัยในตัวมนุษย์และใช้ชีวิตร่วมอยู่แบบเงียบ ๆ ในบริเวณท้องน้อย ของเพศชาย แน่นอนว่า “พวกเขา” อยู่ได้ในตัวผู้ชายเท่านั้น เพราะผู้หญิงมีมดลูกจึงไม่มีที่ให้อยู่ แม้จะอยู่ในร่างของผู้ชายอย่างเดียว แต่สิ่งมีชีวิตล้วนมีชายหญิง ชิโระนุมะเป็น “ตัวผู้” ส่วนโยจิเป็น “ตัวเมีย”...ของหายากที่ในบางรุ่นอาจไม่เกิดขึ้นเลย เมื่อตัวผู้และตัวเมียที่เข้ากันได้ผสมกัน จะเกิดเป็น “จุนเซย์” ซึ่งผู้ที่กินเนื้อของจุนเซย์เข้าไป จะได้รับ “พวกเขา” เขาไปในร่างกายด้วย เข้ากันได้ก็ดี เข้ากันไม่ได้ก็...ซวยไป

เป็นธรรมชาติของสิ่งมีชีวิตทุกประเภทที่จะต้องเลือกคนที่แข็งแกร็งที่สุดเพื่อสานต่อสายพันธุ์ให้มีคุณภาพ กรณีของโยจิและชิโระนุมะ ทั้งคู่ได้สืบทอดการมี “พวกเขา” อยู่ในร่างจากพ่อและแม่ (พ่อเป็นพาหะ จึงส่งต่อให้ลูกชาย) ในขณะที่เซ็นยะ ถูกบังคับให้ “กิน” เข้าไป ร่างกายที่ “เข้ากันไม่ได้” จึงส่งผลให้เซ็นยะ “ไม่สมประกอบ” ไม่ได้เป็นทั้งมนุษย์ หรือ “พวกเขา” ...แม้เซ็นยะจะเป็นผู้ชายแต่ “พวกเขา” ในตัวเซ็นยะไม่ได้เป็นทั้งตัวผู้หรือตัวเมีย สืบพันธุ์ไม่ได้ และจะเกิดอาการต่อต้านทุกวันตอน 5 โมงเย็นซึ่งทำให้ทรมานมาก เลือดเนื้อบางส่วนทะลักออกมาจากดวงตาราวกับสิ่งที่อยู่ในร่างจะระเบิดออกมา แม้จะกลับเป็นปกติได้ แต่ความเจ็บปวดที่ได้รับทุกวันก็ทำให้เซ็นยะบ้าไปได้เหมือนกัน ด้วยเหตุเดียวกันนี้ทำให้เซ็นยะรู้สึกว่ายังไงต้องชิงโยจิมาให้ได้เพราะยังไงตัวเมียก็คงต้องอยากได้ตัวผู้ที่ดีที่สุด ไม่ใช่ตัวไม่สมประกอบอย่างตน... ถึงตอนนั้นโยจิจะยังไม่รู้เรื่องอะไรก็เถอะ)

แผนใหม่ของเซ็นยะ คือการลักพาตัวโยจิ ("จิ้มรูป") (หากโยจิ “เข้าทาง” ที่เซ็นยะเตรียมไว้ เราก็จะจบรูทของเซ็นยะทันที) เมื่อลักพาตัวสำเร็จ เซ็นยะก็ขังโยจิไว้ในห้องหน้าตาคุ้ยเคยที่มีกล้องวีดีโอถ่ายตัวเขากับโยจิให้เห็นทางจอภาพ โยจิตอนนั้นไม่เข้าใจว่า การที่ตัวเอง “ไม่ใช่มนุษย์” นั้นหมายความว่าอย่างไร แต่เซ็นยะก็ไม่ได้อธิบาย ซ้ำยังทารุณกรรมโยจิหลายรูปแบบ (รวมถึงที่ต้องละไว้ในฐานที่เข้าใจ) จนโยจิแทบเดินไม่ได้ (อย่างไรก็ดี เซ็นยะก็ไม่เคยอธิบายให้โยจิฟังซะทีว่าไอ้ตัวผู้ตัวเมียนี่เรื่องอะไร โยจิยังคงเข้าใจว่าไอ้หมอนี่เสียสติและเป็นโฮโม...)

(เสริมจากดราม่าซีดี) เซ็นยะพยายามทำให้โยจิเป็นของเขาพียงคนเดียว ให้มองแต่เพียงตัวเขา รักแค่เขาคนเดียว ทุกการกระทำที่เขาเรียกว่า “การให้ความรัก” (ละไว้ในฐานที่เข้าใจ) แล