2013/Jun/25

หลังจากสู้รบปรบมือกับสารพัดเออเร่อ (และแรงเฉื่อย) เราก็กลับสู้ห้องเรียนลาเม็นโต้กันอีกครั้ง (เราที่ว่านี่ใคร? ได้ข่าวว่าอัพสนองนี๊ดตัวเอง) ครั้งนี้จะพูดถึงอาชีพและตำนานต่าง ๆ ในคิสะกันครับ ครึ่งแรกเราจะพูดถึงอาชีพ ครึ่งหลังจะพูดถึงตำนานนะครับ สำหรับอาชีพนั้นสามารถแยกได้ประเภทใหญ่ ๆ คือ โทวกะ ซังกะ และพวกที่ไม่มีความสามารถในการต่อสู้
 

 โทวกะ หรือนักสู้ เป็นริบิก้าที่มีความสามารถในการต่อสู้ที่โดดเด่น ริบิก้ากลุ่มนี้มักมีประสาทรับรู้ฉับไวและการตัดสินใจที่เฉียบแหลม มีความพิเศษตรงที่สามารถรับการสนับสนุนจากริบิก้าที่เป็นซังกะได้ และแม้ไม่จับคู่กับซังกะก็ยังสามารถต่อสู้ได้ โทวกะนั้นจะจับคู่กับซังกะที่ตนไว้ใจเพียงคนเดียวและจะคอยปกป้องไม่ให้เป็นอะไร (นอกจากนั้นยังพยายามรักษาไว้ไม่ให้เปลี่ยนคู่ด้วยเนื่องจากยิ่งเข้าขากันได้มากเท่าไหร่ ผลของการสนับสนุนจากซังกะก็จะมากขึ้นด้วย) 

อย่างไรก็ดี การที่ริบิก้าตัวเดียวจะเป็นทั้งโทวกะและซังกะในเวลาเดียวกัน (มีรีคส์ตัวเดียวที่จัดอยู่ในประเภทนี้) ถือว่าผิดธรรมชาติ นอกจากนี้บทเพลงของรีคส์ยังถือว่าเป็นคำสาปมากกว่าเพลงสำหรับสนับสนุนด้วย
 

 ซังกะ หรือฝ่ายสนับสนุน มักมีความสามารถในการเอาตัวรอดอยู่บ้าง หน้าที่สำคัญในการต่อสู้คือใช้ “เสียงเพลง” ในการเพิ่มพลังให้กับโทวกะ สามารถจับคู่กับโทวกะได้ครั้งละคน และสามารถเปลี่ยนคู่ได้ (หากใช้เสียงเพลงสนับสนุนโทวกะมากกว่าหนึ่งตัวในครั้งเดียวจะเป็นการแชร์ผลของการสนับสนุนนั้น) ซังกะนั้นถือว่าหายากด้วยความที่พวกที่มีอยู่มักจะถูกจับคู่ไปแล้ว ถึงจะสามารถฝึกความสามารถของซังกะได้ แต่ก็จะต่างจากผู้ที่มีความสามารถตั้งแต่เกิดเนื่องจากพรแสวงมีแต่พรสวรรค์ไม่มี การฝึกที่ว่านี้ไม่ใช่ฝึกริบิก้าธรรมดาให้เป็นซังกะ แต่เป็นการฝึกให้ดึงความสามารถของซังกะนั้น ๆ ออกมาได้มากขึ้น 
 

 เสียงเพลงของซังกะ  เสียงเพลงของซังกะไม่ได้เปล่งออกมาจากลำคอเหมือนการร้องเพลง แต่จะเป็นท่วงทำนองที่ออกมาจากจิตวิญญาน แม้ไม่มีเนื้อเพลงแต่ก็สื่อข้อความให้กับโทวกะของตนได้ บทเพลงนั้นมีทั้งเพิ่มความสามารถในการต่อสู้ไปจนถึงเยียวยาบาดแผล (เยียวยานะครับ ไม่ใช่รักษาให้หาย) เนื้อหาของเพลงนั้นมีเพียงโทวกะและซังกะนั้น ๆ เท่านั้นที่จะรับรู้ได้ ยิ่งความสัมพันธ์ของทั้ง 2 มีมากแค่ไหน เพลงก็ซังกะก็จะดึงพลังของโทวกะออกมาได้มากเท่านั้น (เช่น อุลและคิลซึ่งเป็นแฝดที่แทบจะอยู่ด้วยกันตลอดจึงทำให้โค่นคู่นี้ได้ค่อนข้างลำบาก) 

การใช้เสียงเพลงนี้ไม่ใช่ว่าอยากจะใช้ก็ใช้ได้ ซังกะนั้น ๆ จะต้องตั้งสมาธินึกถึง “ต้นกำเนิดของเพลง” ให้ออกก่อน (เช่น อุลมีต้นกำเนิดของเพลงที่ความรู้สึกเจ็บปวด จึงใช้เสียงเพลงได้เมื่อกรีดแขนของตน โคโนเอะใช้ได้เมื่อนึกถึงความสงบยามที่หยดน้ำกระทบผิวน้ำ) สำหรับซังกะที่ฝึกเอา มักจะไปรนกลางสนามรบจนตกม้าตายเพราะใช้ “เสียงเพลง” ไม่ได้เนื่องจากสมาธิไม่มี แสงจากเสียงเพลงเหล่านี้จะลอยไปหาโทวกะที่จับคู่ด้วยไม่ว่าจะอยู่ห่างแค่ไหน (ตราบใดที่อยู่ในระยะได้ยิน)

บทเพลงต่าง ๆ ที่เปล่งออกมานั้นขึ้นอยู่กับความรู้สึกของซังกะ พูดอีกแง่ก็คือ บทเพลงบางบทจะใช้ได้กับโทวกะตัวนั้น ๆ เท่านั้น (ในกรณีที่เปลี่ยนคู่) และหากโทวกะคู่ของตนไม่สามารถรับรู้ถึงสิ่งที่สื่ออยู่ในบทเพลงนั้นได้ การสนับสนุนนั้นก็จะไร้ผลทันที (เช่นใน Drama CD Vol. 1) ขณะที่ซังกะใช้เสียงเพลงนั้นเจ้าตัวจะไร้การป้องกันเพราะผลของเสียงเพลงจะตกอยู่ที่โทวกะเท่านั้น (เคลื่อนไหวได้ แต่ทุกครั้งที่เคลื่อนไหวผลของเสียงเพลงก็จะดร็อปลง) ซังกะสามารถแต่งเพลงใหม่เพื่อสนับสนุนโทวกะของตนได้ด้วย

อย่างไรก็ดี ทุกครั้งที่ซังกะขับบทเพลงออกมา พละกำลังของซังกะนั้น ๆ ก็จะถดถอยลง ยิ่งเพลงที่มีผลสนับสนุนมาก เมื่อสู้เสร็จซังกะนั้น ๆ อาจจะฟุบลงไปเลยก็ได้ โทวกะที่จับคู่ด้วยควรรู้จักทะนุถนอมไว้ให้ดี 
 

 พวกที่ไม่มีความสามารถในการต่อสู้ เป็นตามชื่อที่เรียก ซึ่งก็คือประชากรธรรมดาที่ไร้ทางสู้นั่นเอง ส่วนใหญ่จะอาศัยอยู่ในเมืองทำอาชีพสุจริตต่าง ๆ สามารถจ้างวานโทวกะให้เป็นบอดี้การ์ดเวลาจะไปนอกเมืองได้ (แต่ส่วนใหญ่ไม่มีใครออกไปนอกเมืองยกเว้นพ่อค้ากระนั้นหากไม่จ้างพวกโทวกะก็อาจใช้เส้นทางพ่อค้าแทน) อาชีพต่าง ๆ นั้นมีตั้งแต่เจ้าของร้านค้า ร้านแผงลอย ทำงานโรงแรม ช่างฝีมือต่าง ๆ (อาวุธ เสื้อผ้า เครื่องประดับ) หรือแม้กระทั่งรับจ้างหาของป่า แม้ว่าบางตัวอาจพอมีความสามารถในการเอาตัวรอดหรือหลบหลีกอันตรายบ้างแต่หากจำต้องต่อสู้ก็อาจแพ้ในไม่กี่วินาที
 

 ตำนานต่าง ๆ ที่พบได้ในโลกของ Lamento 
 ตำนานของไม้เท้าคู่ ไม้เท้าคู่ คือคำที่พวกริบิก้าใช้เรียกเผ่าพันธุ์ของมนุษย์ซึ่งล่มสลายไปหลายพันปีแล้ว จากหนังสือในห้องสมุดส่วนที่ปิดไว้ไม่ให้คนนอกเข้า รูปลักษณ์ของโลกสมัยไม้เท้าคู่นั้นมีแต่สิ่งปลูกสร้างสูงระฟ้าและไม่มีธรรมชาติเหลืออยู่เลย (ไม่มีแม้แต่ต้นไม้ทำให้พวกริบิก้าซึ่งมีชีวิตอยู่กับผืนดินไม่เข้าใจว่าทำไมต้องอยู่กันสูงขนาดนั้นทั้ง ๆ ที่พื้นดินให้ความอบอุ่นมาก) ไม้เท้าคู่นั้นได้ทำตัวเสมือนเทพเจ้าและได้ทำให้เทพเจ้าโกรธกริ้ว โทษทัณฑ์นั้นคือการล้างเผ่าพันธุ์ของไม้เท้าคู่ทั้งหมดบนผืนแผ่นดิน

สำหรับโคโนเอะซึ่งชื่นชมในความฉลาดของไม้เท้าคู่นั้นแรก ๆ เมื่ออ่านเจอก็ถึงกับนิ่งไปเพราะไม่คิดว่าไม้เท้าคู่จะตั้งตนเทียบกับเทพเจ้าผู้สร้างและยังเข้าใจอีกด้วยว่าหากเหล่าริบิก้าดำเนินรอยตามก็อาจจะพบเจอกับชะตากรรมเดียวกัน
 

 ตำนานของริบิก้า จากหนังสือในห้องสมุดส่วนที่ปิดไว้ฯนั้นจับใจความคร่าว ๆ ได้ว่าเมื่อเทพเจ้าลงโทษไม้เท้าคู่ ได้เหลือไม้เท้าคู่คนหนึ่งไว้ เทพธิดาริบิก้าซึ่งมีรูปร่างเป็นแมวเห็นดังนั้นก็รู้สึกสงสารจึงสร้างสัมพันธ์ด้วยและได้ให้กำเนิดสิ่งมีชีวิตที่ผสมผสานรูปลักษณ์ของไม้เท้าคู่และแมวออกมา ด้วยการกระทำนั้นเทพธิดาริบิก้าจึงหมดพลังของเทพเจ้าและตกลงมาอยู่บนโลกมนุษย์ สิ่งมีชีวิตนั้นภายหลังได้ถูกเรียกว่าเผ่าพันธุ์ริบิก้าตามชื่อของเทพธิดาผู้ให้กำเนิด
 

 ตำนานของดวงอาทิตย์และดวงจันทร์ เมื่อนานมาแล้วโลกนี้มีทั้งดวงอาทิตย์และดวงจันทร์ที่คอยผันเปลี่ยนให้เกิดเวลากลางวันและกลางคืน ทว่าเทพธิดาริบิก้ากลับไม่ชอบแสงสว่างอันเจิดจ้าของดวงอาทิตย์ นางจึงทำให้ดวงอาทิตย์จมลงในทะเลและแบ่งดวงจันทร์ออกเป็น 2 ดวง ดวงหนึ่งส่องสว่างในยามกลางวัน อีกดวงหนึ่งทำหน้าที่เดิมในยามค่ำคืน

นี่เป็นเพียงการสันนิษฐานจากการรวบรวมข้อมูล อาจเป็นเพราะ ณ ตอนนั้นมนุษย์ได้ทำลายสภาพของโลกไปมากและผืนดินร้อนเกินกว่าจะอยู่ได้ เพื่อคืนชีวิตให้ผืนดิน เทพธิดาริบิก้าจึงแบ่งดวงจันทร์ออกให้ดวงหนึ่งสว่างเหมือนดวงอาทิตย์แต่ให้ความร้อนน้อยกว่าในขณะที่ให้แสงเท่ากัน
 

 เรื่องของซังกะในตำนาน เป็นเรื่องของซังกะผู้หนึ่งซึ่งมีความสามารถในการขับกล่อมทุกสรรพสิ่งด้วยเสียงเพลงของตน สามารถสงบสัตว์อสูรที่กำลังบ้าคลั่ง สามารถทำให้ดอกไม้ผลิบาน เมื่อเดินในป่า ทุกก้าวย่างก็จะมีพืชพันธุ์งอกขึ้น จากบันทึกในห้องสมุดส่วนที่ปิดไว้ฯนั้น ซังกะผู้นี้อาศัยอยู่ในอาคารแยกของเมืองหลวง เป็นหัวหน้าซังกะและเป็นซังกะของเจ้าเมือง กระนั้นด้วยสาเหตุบางอย่างทำให้ซังกะผู้นี้หายตัวไปอย่างไร้ร่องรอยและกลายเป็นเพียงเรื่องเล่าที่ไม่กี่คนเท่านั้นที่รู้ (ส่วนตัวแล้วตอนแรกคิดว่าหมายถึง ชูย หรือนักกวีเร่ร่อน แต่ด้วยข้อมูลอื่น ๆ ที่เป็นไซด์ไลน์เท่าที่หาได้ไม่มีข้อมูลใดที่กล่าวถึงความพิเศษเหมือนอย่างตำนานกล่าวกับกรณีของชูย และในทางกลับกัน แม้ในเกมส์ส่วนของความทรงจำที่โคโนเอะเห็น ชูยจะอยู่กับเจ้าเมืองรันเซ็น แต่ชูยไม่เคยเป็นหัวหน้าซังกะ)
 
-----------------------------------
 
 
หลังจากนี้จะเป็นบทสุดท้ายแล้ว ซึ่ง... รอต่อไปนะครับ (ดูมัน) ทำสวีทพูลคู่ไปด้วยแต่ยังลังเลว่าไอ้ฉากอย่างว่าที่ละไว้ในฐานที่เข้าใจของเกมส์ BL นั้นควรจะแปลออกมาด้วยดีไหม... (มีท่านผู้อยากอ่านท้วงมาว่าทำไมไม่แปลส่วนนั้นด้วย)
 
ครั้งหน้าจะเป็นเรื่องเกี่ยวกับ สภาวะแวดล้อมต่าง ๆ ในตัวเกมส์ นะครับ (จะเป็นพวกเซ็ทติ้งของโลกของคิสะทั้งหมด)
 
บทความทั้งหมดนี้เป็นการรวบรวมข้อมูลต่าง ๆ เกี่ยวกับเกมส์ Lamento – Beyond the VOID – มาแปลรวมไว้
รายชื่อแหล่งข้อมูลเหล่านั้นคือ
 
- Lamento – Beyond the VOID – World Guide Book
- Lamento – Beyond the VOID – Green Note
- Lamento – Beyond the VOID – White Note
- Nitro+CHiRAL Special-Edition Side Lamento
- Lamento – Beyond the VOID – Drama CD Vol. 1-3
- Lamento – Beyond the VOID – Rhapsody to the past (Drama CD)
 
 
ปล. หลาย ๆ ท่านเห็นข้อมูลในบางเอ็นทรี่แล้วอาจคุ้น ๆ เหมือนเห็นที่ไหน กระผมป้อนข้อมูลให้ผู้อื่นอยู่ครับ ...(ไหน ๆ ก็แปลอยู่แล้วนิ)
 

Comment

Comment:

Tweet


ไม่ได้เข้ามา exteen นาน(มากกก)แล้ว
เจอเอนทรี่นี้เข้าพอดี ขอบคุณที่เขียนให้อ่านกันนะคะ ละเอียดดีมากๆเลย ><
จะรอติดตามต่อๆไปทั้ง Lamento + Sweet pool ค่ะ
#1 by kube At 2013-06-27 20:35,

Zegale@日輪に捧げ奉らん
View full profile
สัญญาอนุญาตของครีเอทีฟคอมมอนส์
ผลงานนี้ โดย zegale ใช้สัญญาอนุญาตของครีเอทีฟคอมมอนส์แบบ แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-ไม่ดัดแปลง 3.0 ประเทศไทย.